จิตแพทย์วิเคราะห์จม.น้องเมย ระบุเป็นคนดี-ที่ตายก่อน!

จิตแพทย์วิเคราะห์จม.น้องเมย ระบุเป็นคนดี-ที่ตายก่อน!
จิตแพทย์มือหนึ่งของไทย วิเคราะห์จดหมายน้องเมย เผยเป็นคนมุ่งมั่น อุทิศตนดีงาม มีคุณสมบัติของคนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่น่าเสียดายที่ตายก่อน

จากกรณีผู้ปกครองของ นายภัคพงค์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิตอันเนื่องมาจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ภายในโรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก ได้ร้องต่อสื่อถึงความสงสัยในการตายของบุตรชายอย่างปริศนา จนภายหลังในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่จดหมายของน้องเมยที่เขียนถึงเพื่อนที่ต้องลาออกจากโรงเรียน ทำให้เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นที่กระแสแชร์ต่อพร้อมวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วสังคม ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุด ศ.พญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ที่ได้รับการยกย่องเป็นจิตแพทย์มือหนึ่งของประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก@ปั้นใหม่ โดยอาจารย์หมออุมาพร ระบุ “จดหมายที่คนคนหนึ่งเขียน สามารถสะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี อ่านจดหมายนี้แล้วมองเห็นลักษณะหลายอย่างในตัวผู้เขียน” คือ เป็นคนที่มีความฝัน(dream) มีความมุ่งมั่น อุทิศตน(commitment) ที่จะทำให้ความฝันสำเร็จ อดทนที่จะฟันฝ่าอุปสรรค(perseverance) ลักษณะแบบนี้เรียกรวมๆ ว่า grit ซึ่งเป็นความอดทน มุ่งมั่น อุทิศตน และไม่ยอมแพ้ เพื่อทำเป้าหมายระยะยาวให้สำเร็จ โดยงานวิจัยของม.เพนซิลเวเนีย พบว่า grit คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตคนประสบความสำเร็จ สำคัญยิ่งกว่าความฉลาดเสียอีก

จดหมายนี้แสดงให้เห็นถึงครอบครัวที่อบอุ่นที่ให้การสนับสนุน(support) การวิจัยของม.ชิคาโกพบว่า การที่คนหนุ่มสาวจะประสบความสำเร็จได้นั้น การสนับสนุนของครอบครัวเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ซึ่งเรายังเห็นคุณลักษณะชีวิตที่ดีหลายอย่างในตัวตนของผู้เขียนจดหมาย เช่น ความเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น(empathy) ทั้งยังแสดงออกมาเป็นความกรุณา(kindness) ความห่วงใยเอาใจใส่(caring) มีคนหลายคนที่รู้สึกเข้าใจแต่เพิกเฉย แต่คงจะมีคนไม่มากนักที่ใช้เวลาเขียนจดหมายยาวๆด้วยลายมือที่สวยงาม แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของผู้รับ สิ่งที่บรรยายในจดหมายยังแสดงถึงทัศนคติให้เกียรติผู้อื่น(respect) การเห็นคุณค่าและความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน(value relationship) เป็นสิ่งที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบัน น้องเมยมองโลกในแง่ดี(optimism) แม้จะมีความลำบากแต่ก็ยังมีความหวัง(hope) แถมยังพยายามสร้างความหวังให้กับเพื่อนที่หมดหวังอีกด้วย ที่ตนประทับใจมากคือ ความจงรักภักดีต่อองค์กร(loyalty) สามารถมองเห็นสิ่งดีที่มีอยู่ในองค์กร และยังให้กำลังใจเพื่อนว่าจะต้องนำสิ่งดีนั้นไปใช้ แสดงถึงความงอกงามในกระบวนการคิดสามารถมองสิ่งต่างๆในโลกนี้แบบองค์รวม คือประมวลทั้งขาวและดำเข้าด้วยกัน มองเห็นสิ่งที่ดีในสิ่งที่ไม่ดี และนี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขามีความหวังและไม่ล้มเลิก ไม่ยอมลาออก แม้สถานการณ์จะแย่แค่ไหนก็ตาม ในตอนท้ายของจดหมายเราเห็นถึงความกตัญญูรู้คุณ(gratitude) ซึ่งเป็นคุณลักษณะชีวิตที่สำคัญมาก “ถ้าจะสรุปถึงผู้เขียนจดหมายนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นบุคคลที่ดีงาม อ่านจดหมายนี้จบแล้ว เกิดความรู้สึก 2 อย่าง 1.ชื่นชมพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกมาได้ดีแบบนี้ อยากจะปรบมือให้ดังๆ 2.เสียดาย หากบุคคลนี้ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราในสังคมคงได้รับอานิสงส์จากความดีงามในชีวิตของเขาบ้าง ไม่มากก็น้อย หลับให้สบายนะคะเมย”.

ขอบคุณข้อมูล จากเดลินิวส์