โรค ไข้เลือดออก จากการติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นอย่างไร

โรค ไข้เลือดออก จากการติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นอย่างไร โรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา ถือเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่ร้ายแรง ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการไข้สูงโดยทันที และมีอาการอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะและเจ็บคอ ต่อมาจะมีอาการอาเจียน ท้องเดิน มีผื่นตามผิวหนัง มีอาการทางไตและตับเล็กน้อย และพบมีเลือดออกทั้งภายนอกและภายในร่างกาย อัตราป่วยตายประมาณร้อยละ 50-90 ในผู้ป่วยที่มีอาการของโรคอย่างชัดเจน ระยะฟักตัวหลังได้สัมผัสโรคจะมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 2-21 วันจึงเริ่มปรากฏอาการป่วยให้เห็น

การวินิจฉัยโรคเพื่อยืนยันขั้นสุดท้าย จะกระทำได้ในห้องปฏิบัติการเฉพาะโรคบางแห่งเท่านั้น ไม่สามารถตรวจได้โดยทั่วไป บางครั้งจำเป็นต้องอาศัยผลอ้างอิงจากประเทศที่มีการระบาดของไวรัสชนิดนี้เป็นหลัก สำหรับการวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากไวรัสอีโบลาเป็นเชื้อโรคก่อเกิดโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง การศึกษาเกี่ยวกับเชื้อตัวนี้ทางองค์การอนามัยโลก กำหนดให้กระทำในห้องปฏิบัติการที่มีความปลอดภัยในระดับสูงสุด นอกจากนี้ โรคไข้เลือดออกจากไวรัสอีโบลา มีลักษณะอาการที่ต้องแยกออกจากโรคหลายชนิด การศึกษาทางห้องปฏิบัติการจะให้การวินิจฉัยที่แน่นอนได้โดยใช้วิธีการหลายๆ อย่างประกอบกัน

วิธีแรกเป็นการตรวจหาแอนติเจนของไวรัสในชิ้นเนื้อจากอวัยวะต่างๆ โดยใช้แอนติบอดี้จำเพาะ ย้อมด้วยวิธีอิมมูนเรืองแสง ผลการตรวจไม่ไวเท่าที่ควร การตรวจหาจีโนมของไวรัสโดยวิธี PCR หรือ RT-PCR ช่วยให้ความไวของการทดสอบเพิ่มมากขึ้น ส่วนการตรวจหาอนุภาคไวรัสโดยใช้กล้องจุลทรรศน์อีเลคตรอน เป็นวิธีที่ใช้ศึกษาไวรัสช่วงการระบาดครั้งแรกๆ ตัวอย่างที่ใช้คือ สารคัดหลั่งจากร่างกายและชิ้นเนื้อจากตัวผู้ป่วยรวมทั้งไวรัสที่เพาะเลี้ยงด้วย แต่ลักษณะจากกล้องจุลทรรศน์อีเลคตรอนจะแยกระหว่างไวรัสอีโบลาและไวรัสมาร์บวกไม่ได้ และในทางปฏิบัติทำได้ยาก

การแยกเชื้อไวรัสจากตัวอย่างตรวจคือเลือดของผู้ป่วยในระยะไข้ ถ้าป่วยเกิน 8 วันไปแล้วมักจะแยกเชื้อจากเลือดไม่ได้ ในขณะที่ยังพบเชื้อในชิ้นเนื้อจากศพ เลือกใช้เซลล์เพาะเลี้ยงชนิดที่มีความไวในการแยกเชื้อมากที่สุด จากการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์อีเลคตรอนสามารถพบเชื้อได้ภายในเวลา 24 ชม. อาจทำการพิสูจน์เชื้อโดยวิธีอิมมูนเรืองแสง เพราะในระยะแรกๆ เซลล์มักติดเชื้อโดยไม่แสดงลักษณะจำเพาะให้ปรากฏ การแยกเชื้อโดยใช้สัตว์ทดลอง สัตว์ที่ใช้คือ หนูตะเภาอายุน้อย ฉีดตัวอย่างตรวจเข้าช่องท้อง หนูตะเภาที่ติดเชื้อจะป่วยมีเชื้อไวรัสเป็นจำนวนมากในเลือดและการติดเชื้อพบได้ในหลายระบบอวัยวะพิสูจน์โดยวิธีอิมมูนเรืองแสง

การตรวจหาแอนติบอดี้ นิยมใช้วิธีอิมมูนเรืองแสงเช่นกัน หลักสำคัญที่ช่วยในการวินิจฉัยโรคคือ พบระดับแอนติบอดีย์เพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อยสี่เท่า จากการตรวจเลือดสองครั้ง ร่วมกับการตรวจพบ IgM ที่จำเพาะ นอกจากนี้การตรวจพบIgG จำเพาะที่ไตเตอร์ >256 ก็ถือว่าได้ผลบวกด้วย เนื่องจากวิธีอิมมูนเรืองแสงเป็นวิธีที่ขึ้นอยู่กับผู้อ่านสไลด์เป็นหลัก จึงอาจเกิดผลบวกปลอมได้ ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทำการทดสอบยืนยันด้วยวิธี western blot

สำหรับการรักษาโรคไข้เลือดออกจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาที่จำเพาะ และยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ต้องการการรักษาแบบประคับประคองอย่างมากผู้ป่วยจะขาดน้ำอย่างรุนแรงและต้องให้สารน้ำและอีเลคโตรไลท์เข้าทางหลอดเลือด อย่างไรก็ตามผลการรักษาพบว่าไม่ดี อัตราตายจากการป่วยเป็นโรคนี้ยังคงสูงมาก